ไก่ชนพม่า

ไก่พม่า

ไก่พม่าในปัจจุบัน นิยมเลี้ยงกันมากใน 18 จังหวัด แถบภาคเหนือตอนบนแล้วตอนล่าง

จังหวัดที่นิยมเลี้ยงไก่พม่าอย่างเป็นล่ำเป็นสัน คือ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา เชียงราย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ฯลฯ โดยส่วนมากไก่พม่าที่เลี้ยงกันจะเป็นลูกครึ่งพม่า-ไทย เป็นส่วนใหญ่ ภาคเหนือตอนบนเช่น เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ฯ จะนิยมไก่พม่าลูกครึ่งรอยเล็ก คือตั้งแต่ 2.0 – 2.6 ส่วนภาคเหนือตอนล่างตั้งแต่จังหวัด อุตรดิตถ์ ลงไปจะนิยมไก่พม่าลูกครึ่งรอยใหญ่ขึ้น คือตั้งแต่ 2.6 เป็นต้นไป

ชั้นเชิงไก่พม่าตามที่ผู้เขียนคลุกคลีเลี้ยงไก่พม่ามา พอจะแบ่งชั้นเชิงไก่ โดยส่วนใหญ่ได้ดังนี้
1. ถอยตี
2. โยกตี
3. ม้าล่อ
4. สาดแข้งเปล่า
5. ถอดหัวตี

ข้อดีข้อเสียของไก่พม่า
ข้อดี
1. ตีไว ปากไว ตีแม่น สาดแข้งเปล่าอาชีพ
ตีได้โดยไม่ต้องจิก
2.ตีได้เรื่อย ๆ ไม่มีหยุด มีก๊อก 1 23 มาเรื่อย ๆ ตีแผลเกิดบาดแผลเร็ว

ข้อเสีย
1. ตัวเล็ก เตี้ย รูปร่างไม่สวย โครงสร้างของร่างกายบอบบาง
2. มีไม่มากเชิง ส่วนมากเป็นไก่เชิงเดียว

ข้อควรคำนึงถึงในการเลี้ยงไก่พม่าเข้าตีในสนามชนไก่
1. เวลาปล้ำไก่พม่าอย่าปล้ำเกินเดือนละ 2 ครั้ง ถ้ามากกว่านี้ไก่จะโทรม
ร่างกายฟื้นตัวไม่ทัน จะทำให้เสียไก่ได้
2.การออกกำลังควรงดการโยนเบาะ เพราะจะทำให้ไก่พม่ากล้ามเนื้อยึด แกร่ง นิ้ว
เล็บ อาจเจ็บ อาจหลุดได้วิธีการออกกำลังกายใช้วิธีการ ล่อบิน ล่อวิ่ง วิ่งสุ่ม
วิ่งสุ่ม ล่อเตะล่อสาดแข้ง ดีที่สุด
3. ควรฝึกสาดแข้งเปล่า โดยใช้วิธีพันปาก ทั้งตัวที่เลี้ยงและคู่ปล้ำ
เพื่อฝึกการสาดแข้ง แล้วนำมาฉะแข้งอาทิตย์ล่ะ 2 วัน ครั้ง 5 นาที
4.เวลาปล้ำควรให้ปล้ำกับไก่ทุกเชิง จะได้รู้ว่าไก่เราแก้เชิงไหนได้
และเชิงไหนที่แก้ไม่ได้ ถ้าเรารู้จะทำให้ได้เปรียบในการเปรียบไก่ในสนามชนไก่
ว่าควรจะเลือกตีกับไก่เชิงไหนไก่เราถึงจะมีโอกาสชนะ
หรือหลีกเลี่ยงตีกับไก่เชิงอะไร
5.อาหารบำรุงอย่าให้ประเภทไขมันมากนักเพราะจะทำให้อ้วน บินไม่ขึ้น
ควรให้เนื้อปลา สมุนไพร หญ้า
6.อย่าลงขมิ้นกับปูน เพราะจะทำให้รัดตัวไก่ ถ้าลงจะทำให้ไก่อึดอัด
ความคล่องแคล่วในการตีการสาด ลดน้อยลง
7.นำไปออกกำลังด้วยการว่ายน้ำ อาทิตย์ล่ะครั้ง ครั้งล่ะ 10 นาที ก่อนออกตี 9
วัน จะทำไก่สาดแข้ง ตีได้สุดแข้งขึ้น
แต่ระวังก่อนนำไปว่ายน้ำต้องหาพลาสติกมาคลุมปีกกันปีกโดยน้ำด้วย
เพราะปีกโดนน้ำบ่อย ๆ จะทำให้ปีกหัก แตก ได้ง่าย
8.น้ำสมุนไพรที่ใช้อาบไก่พม่านั้น ใช้บอระเพ็ด ต้นตะไคร้
และผลมะกรูดทั้งลูกไม่ต้องผ่า
9.ไก่หม่าอย่าเลี้ยงให้หนักมาก แข็งมาก เลี้ยงให้น้ำหนักพอดี ๆ
ทดสอบน้ำหนักไก่สม่ำเสมอว่าน้ำหนักเท่าไหร่ไก่ตีได้ดีที่สุด
ลองพิจารณา วิเคราะห์ นะครับ จากประสบการณ์ที่ผมเลี้ยงไก่พม่ามา 10 กว่าปี
วิธีนี้ใช้ไเลี้ยงไก่พม่าสำหรับตัวผมเหมาะสมที่สุดแล้วครับ

การเลี้ยงไก่พม่า

การสรรหาแม่พม่าชั้นเลิศถือเป็นความสำเร็จของการพัฒนาพม่าทั้งลูกร้อยและลูกพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง…พม่าที่เพาะเลี้ยงทั่วไปมีจำนวนมากมายในขณะนี้คือพม่าที่ลักษณะพื้น ๆ    ซึ่งเมื่อพัฒนาแล้วก็ไม่สามารถเดินไปถึงดวงดาวได้..ผลการพัฒนาที่ปรากฎก็คือ
1.
รอยเล็กเกินไป
2.
โครงสร้างบอบบางเกินไป
3.
เลี้ยงแข็งยาก ส่วนมากบินล้ม ๆ อ่อน ๆ ไม่เหมาะเลี้ยงชนทางยาว
4.
เปรียวมากใจไม่เต็มร้อย ขี้ตื่นตกใจ
5.
ลีลาไม่โดดเด่นถอยไม่เก่ง โยกไม่เนียน วิ่งไม่สวย แผลไม่คม
ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้มาจากสาเหตุประการหนึ่งคือเราคัดแม่พันธุ์ยังได้ไม่สุดยอด..   นั่นเอง แม่พม่าสุดยอดเป็นอย่างไร มีข้อสังเกตง่าย ๆ คือ
1.
มาจากเหล่ากอที่ให้ลูกเก่งเป็นสายเลือดแท้  ๆ ของเหล่ากอนั้น…การเข้าถึงเหล่ากอจำเป็นต้องลงทุน ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายโดยไม่มีการลงทุน ลงทุนเวลาที่ต้องเทียวไปเทียวมา ลงทุนเงินทองที่ต้องจ่ายเพื่อแลกกับสิ่งที่เราต้องการ
2.
ให้ลูกมีโครงสร้างดี อย่างน้อยต้องกระดูกดี จับดูจะรู้ทันทีว่าแข็งแกร่ง
3.
ให้จิตใจดีไม่เปรียวเกินงาม
4.
ลีลาต้องมีมาตรฐานในสายเลือด คือเหล่านี้ลีลาใดก็จะสามารถถ่ายทอดลีลานั้นได้อย่างสม่ำเสมอเมื่อมีการผสมกับสายเลือดที่ดีเหมาะสมเพียงพอ

ดังนั้นในการคัดเลือกแม่พันธุ์สิ่งต้องห้ามคือ อย่าเลี้ยงไก่ไม่มีสกุลเพราะนั่นคือการลงทุนทางด้านเวลาที่ต้องสูญเปล่าเป็นเวลานาน…สมัยก่อนผมเห็นไก่ที่ไหนเขาว่าดีก็จับมาเลี้ยงผลคือได้ไก่ปานกลางเท่านั้นไม่เคยมีไก่เก่ง..ดังนั้นวิธีคิดต้องคิดใหม่…เคยสั่งพม่าแม่สะเรียงงคำล่ำลือ..ผลคือต้องต้มกินหมด.คำว่าแม่สะเรียงมันกว้างเกินไปบอกไม่ได้ว่าเหล่มาเลี้ยงจำนวนมากเมื่อโตขึ้นมันก็เป็นไก่พม่าธรรมดา มันไม่เป็นแม่สะเรียงดัาไหน…ดังนั้นถ้าท่านต้องการแม่สะเรียงท่านก็ต้องระบุลงไปเลยว่าเหล่าอะไรเป็นของใครลูกตัวไหนแม่ไหน…ถ้าดูชัด ๆ แบบนี้พลาดยาก..แต่ถ้าเหมารวมแม่สะเรียงโอกาสพลาด 60 -70%

สำหรับอาหารที่ใช้เลี้ยงไก่ชนประเภทเลี้ยงชนหรือเข้าค่ายเตรียมทำตัวให้แข็งนั้นมีการเตรียมอาหารที่สำคัญดังนี้

1. การเตรียมข้าวเปลือก ควรเป็นข้าวเปลือกเจ้าแดงดีที่สุด เพราะเป็นข้าวเมล็ดเล็ก มีสารอาหารมากและย่อยง่าย   (ข้าวเจ้าย่อยง่ายกว่าข้าวเหนียว ข้าวเม็ดเล็กมีสารอาหารมากกว่าเม็ดใหญ่ เม็ดใหญ่จะมีแป้งเยอะกว่าเม็ดเล็กครับ)

ข้าวที่เรานำมาเลี้ยงควรเป็นข้าวที่แห้งสนิท หากใช้ข้าวที่ไม่แห้งสนิทมาเลี้ยงไก่ไก่จะ  อ้วนง่ายครับ เช่นข้าวที่เก็บเกี่ยวใหม่ ๆ หรือที่เรียกว่าข้าวใหม่จะเป็นข้าวที่ยังไม่แห้งสนิทเวลานำมาเลี้ยงไก่ ไก่จะอ้วนง่านผิดปกติครับ ถ้าจะนำข้าวใหม่มาเลี้ยงไก่ต้องตากให้แห้งสนิทก่อน

คัดข้าวเปลือกโดยนำข้าวลงแซ่น้ำนำเอาเม็ดลีบออกทิ้งทั้งหมด เอาใบตะไคร้มาขัดข้าวให้สิ่งที่เกาะเปลือกข้าวหลุดออกให้หมดตากให้แห้ง ข้าวจะสะอาดมีกลิ่นหอมไก่จะกินดีครับ

สูตรพิเศษเลี้ยงชนเมื่อขัดตะไคร้เรียบร้อยแล้วก็ให้ทุบไข่ผสมคลุกเคล้าพอเหมาะแล้วค่อยนำไปตากแห้ง เก็บไว้ให้ไก่กิน ไก่จะคึกจิตใจห้าวหาญ

2. การเตรียมสมุนไพร สมุนไพรพื้นฐานที่ควรเตรียมไว้เลี้ยงไก่คือ บอระเพ็ด                  กระเทียมและ กระชายสด เอาไว้ให้ไก่กินตอนเช้าหรือก่อนเข้านอนทุกวัน ถ้าจะให้ดีก็ผสมน้ำผึ้งด้วยจะดีครับ คือหั่นแซ่น้ำผึ้งไว้ สมุนไพรมีหลายอย่าง พวกนี้ช่วยย่อยช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี ไก่จะแข็งแรง

3. ผักและหน้า ผักที่ไก่ควรกินเป็นประจำคือ หย้าขนและแตง เพื่อช่วยย่อยและแร่ธาตุ อย่างหญ้าขนนี่ปลูกง่ายเอาตอไปฝังดินแป๊บเดียวขยายไปไกลควรปลูกไว้ในที่ดินชุ่มจะได้มียอดตลอดปี ตัดให้ไก่กินได้ตลอด

4. กล้วยสุก ให้กินบ้างเล็กน้อยไม่ควรเน้นมาก ระวังไก่อ้วนเกินไปจะไม่บินนะครับ บางคนเห็นกินดีให้กินวันละลูกแบบนี้หนักไปกินได้แต่ต้องจำกัดตามความเหมาะสม ไก่แต่ละตัวไม่เหมือนกันคนเลี้ยงต้องสังเกตเอง บางตัวอ้วนง่ายกินจุต้องระวัง บางตัวกินเยอะไม่อ้วนก็มี คนเลี้ยงต้องเข้าใจ

นายใหญ่เดินมือขัดหลังดูไม่เคยจับไก่ตัวเองระวังให้ดี ช่วงก่อนออกสนาม 2-3 สัปดาห์ ไก่บางตัวอ้วนได้ง่าย โรคอ้วนจะทำให้ไก่ชนผิดฟอร์ม

บทความไก่ชนพม่าไก่ชนสายพันธุ์ พม่า

จากการสอบ ถามเซียนไก่ชนที่เชียงใหม่หลายท่านได้เล่าให้ฟังว่า ไก่ชนสายพันธุ์พม่าดั้งเดิมนั้น ไม่มีลีลา มีเพียงแข้งเปล่า ความถี่ และความแม่น แต่อาศัยการนำมาพัฒนากับสายพันธุ์ไก่พื้นเมืองเดิมของทางภาคเหนือ จึงเพิ่มให้ไก่สายพันธุ์นี้มีความสามารถในชั้นเชิงลีลามากขึ้น

ไก่สายพันธุ์พื้นเมืองของทางภาคเหนือนี้ ถูกพัฒนาออกไป 2 สายอย่างที่พบชัดเจนคือ กลุ่มหนึ่งจะพัฒนาไปในทางไก่บุก นั่นคือ กลุ่มของไก่เหล่าป่าก๋อยที่พัฒนาสายพันธุ์เข้ากับไก่ตราดหรือไก่เชิงจากภาค กลาง

ส่วนอีกกลุ่มที่จัดเป็นกลุ่มใหญ่ของทางภาคเหนือนั้น คือ การพัฒนาให้เป็นไก่ถอย แข้งหน้า ลีลา โยก อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้สายพันธุ์ไก่พม่าถูกพัฒนาไปค่อนข้างมาก เพิ่มความแข็งแรงจากเดิม และอาจจะมีลีลาที่แปลกไป แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของสายพันธุ์นี้ก็คือ ความแม่น ความถี่ ที่เป็นจุดหลักในการนำชัยชนะมาสู่เจ้าของไก่

ลักณะสายพันธุ์พม่าที่ไม่ควรเลี้ยง

ไก่พม่า ที่ไม่ควรเลี้ยงเป็นสายพันธุ์เป็นอย่างไร ..อันนี้ก็มีถามกันเข้ามาตลอดครับ วันนี้เลยถือโอกาสแนะนำเบื้องต้นว่า พม่าที่ไม่ควรนำเข้าบ้านมีลักษณะอย่างไร

โดยทั่วไปไก่พม่าเป็นไก่อีก สายพันธุ์หนึ่งที่มีจุดเด่นพิเศษในเรื่องไก่ที่มีลีลาสวยงามในการตีมาก ดังนั้นมาตรฐานการคัดไก่พม่าจึงต้องมีความรอบคอบ เพราะไก่พม่าไม่ได้ดีทุกสายพันธุ์ ไก่พม่าที่มีปัญหาในการเลี้ยงคือ

1. ใจเสาะ คือประเภทหนีง่าย ๆ อันนี้ควรต้มก่อนสายพันธุ์อื่น
2.
สู้ไก่ช้า อันนี้ก็ไม่น่าเลี้ยง แต่ถ้าเก่งจริง ๆ ก็พอให้อภัย
3.
กระดูกบางเจ้าเนื้อ คือบางสายเจ้าเนื้อมากอ้วนง่าย เนื้อหนังขาว ๆ จับดูมีแต่เนื้อ อันนี้ก็ควรแกงใส่หน่อไม้ส้มครับอร่อยดี เพราะมันเลี้ยงยาก
4.
พม่าแบบบินล้ม ไม่เก็บปีกเก็บหาง อันนี้ก็ควรต้มก่อนครับ บางตัวบินสองสามทีปีกคลี่คลุมดิน และไม่ยอมยกปีกเก็บปีกด้วย
5.
ไก่พม่าที่ขนน้อยสร้อยสั้น ประเภทปีกสั้นสร้อยคอไม่มีสร้อยระย้าไม่เยอะ ก็ไม่ควรเลี้ยงครับยกเว้นพวกลูกผสม
6.
ไก่ที่ไม่เคยชนะไก่เลย หรือชนะไก่ยากมาก เลี้ยงเหมือนจะดี เอาไปชนเสมอกับแพ้ แบบนี้รีบต้มยกเล้า
7.
ไก่ที่ไม่เคยชนแพงเลยในตระกูล รุ่นทวด รุ่นปู่ รุ่นลูก รุ่นหลาน รุ่นเหลน รุ่นแล้วรุ่นเล่าได้แต่เฝ้ารอแบบนี้ก็ต้มครับ เขาเรียกว่าไก่ไม่มีตระกูล..
8.
พวกอุ้งหนาเท้าหน่อ..อันนี้ก็ไม่ควรเลี้ยงมันดูแลยากครับไม่เหมาะทำสาย พันธุ์

ลองพิจารณาไก่ที่บ้านดครับเข้าลักษณะไหมถ้าเข้าลักษณะใด ลักษณะหนึ่งก็ควรพิจารณาไว้ ถ้ามันเก่งจริงต้องมองหาแนวทางพัฒนาเพื่อลบจุดด้อยของมัน

การดูแลไก่พม่าหน้าร้อน

ฤดูร้อนกำลังจะมาเยื่อนในช่วงเดือนหน้าแล้วครับ คนที่รักในการเลี้ยงไก่ก็พึงทราบและเตรียมการรองรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะ เกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนนี้สิ่งสำคัญที่พึงปฏิบัติในช่วงนี้ก็คือ

1. เริ่มต้นทำวัคซีนไก่ทั้งระบบใหม่อีกครั้งหนึ่งเพื่อป้องกัน โดยเฉพาะวัคซีนนิวคลาสเชิล และอหิวาไก่ อย่างน้อยควรทำสองโรคนี้ก่อน

2. เร่งทำความสะอาดคอกและอุปกรณ์การเลี้ยงอีกครั้งหนึ่ง แตกแดดให้แห้งราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเก็บกวาดทำความสะอาดบริเวณโดยรอบ เผาฝังกลบทำลายแหล่งเพาะเชื้ิอ

3. ควรระวังเมื่อฝนตกต้นฤดูหญ้าอ่อนกำลังจะเกิดไก่จะจิกกินดี ช่วงนี้เชื้อโรคได้รับความชื้นกับอุณหภูมิที่พอเหมาะมันก็จะเติบโตดีเช่น เดียวกัน สังเกตให้ดีช่วงนี้ไก่จะป่วยบ่อยดังนี้พึงทำตามข้อ 1 และข้อ 2 ให้ดี

4. ปรับปรุงโรงเรือนรับลมร้อนและพายุฝนที่จะมาเยือน วางแผนว่าเราจะให้แสงแดดส่องเข้าเล้าหรือบริเวณเลี้ยงทางด้านไหน ไม่ควรจัดระบบคอกให้ทึกมันที่หมักหมมเชื้อโรค แค่เก็บกวาดไม่พอมันต้องให้แสงแดดช่วยด้วย

5. พึงระวังหน้าร้อนไก่มักตายตอนเวลาเอาแดดนี่หละดังนั้นควรมีระบบป้องกันให้ รัดกุม แดดจะแรงไก่จะหอบง่าย

นิสัยไก่พม่า

ไก่ชนพม่าเป็นไก่ชนที่มีความอ่อนไหวมาก…ข้อนี้พึงระลึก เสมอ..อ่อนไหวอย่างไร …คำว่าอ่อนไหวในที่นี้ขออธิบายดังนี้
1.
มีความฉลาดแกมโกง ตัวเก่ง ฉลาดมากโกงมาก …อันนี้เป็นธรรมชาติ ไก่ฉลากนิสัยย่อมแตกต่างจากไก่ปกติ กล่าวคือ เขาจะรู้ตนเองเสมอว่าเขาจะสู้หรือถอย…บางตัวถอยโดยไม่บอกกล่าว..ดังนั้น การเลี้ยงไก่พม่าต้องฉลาดเลี้ยงจะเอาอย่างไก่สายเลือดอื่นไม่ได้..ถ้าปล้ำ วางยังไม่ถึงกำหนด..ห้ามวางอีก…ได้งานไม่ได้งานก็ต้องปล่อยไว้ก่อนรอจนไก่ คึกสมบูรรณ์เต็มที่ค่อยวางอีก…เพราะบาดแผลภายว่าหายหรือเปล่า   ปล้ำวางมา 7 วันกล้ามเนื้อส่วนที่เขียวซ้ำจะหายดี แต่ยังไม่สร้างกล้ามเนื้อใหม่มาทดแทนส่วนที่เชลตายไปต้องรอสองสัปดาห์จึงจะ สร้างเชลมาทดแทนสมบูรณ์ดี..ดังนั้นไก่พม่าที่ฉลาดเวลาโดนย้ำแผลเดิมเล็กน้อย ก็อาจหนีได้…(ยกเว้นพวกลูกผสม) ..ดังนั้นถ้าท่านเลี้ยงพม่าเลือดสูงท่านต้องระวังเรื่องเหล่านี้ให้มากไม่ เช่นนั้นท่านจะเสียไก่ตัวดี ๆ ไป…เมื่อมันหน้าแดงคึกสมบูรณ์เต็มที่ค่อยวางมันจะแสดงฝีมืออันสุดยอด…

2. ไก่พม่าอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมมากเปลี่ยนที่ เปลี่ยนอาหารเปลี่ยนคนเลี้ยงเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม…มันจะตื่นตกใจ…ดังนั้น ใหม่ ๆ ควรให้เวลาเขาปรับตัวเข้ากับสถานที่และคนเลี้ยงก่อน..อย่าใจร้อน ถ้ามันคุ้นเคยสถานที่มันก็สู้ยิบตา..ดังนั้นเวลาเลี้ยงรวมกันบางตัวออกไปชน ต้องเอาตัวที่เขาคุ้นเคยไปด้วย..เขาจะได้ไม่ตื่นตกใจ…มือน้ำก็ต้องคนเดิม กับคนเลี้ยง เพราะไก่จะรู้ว่าเป็นคนเดิมไหมที่สัมผัสเขา..มันเรียนรู้ของมันเอง..ไก่พม่า เมื่อเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม..อาจจะมีผลต่อพฤติกรรมขอไก่ที่เปลี่ยนไปด้วยโปรด สังเกตให้ดี

3. ไก่พม่าอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง เช่น การถ่ายขน การเจ็บป่วย หรือความไม่สมบูรณ์ใด ๆ ที่เกิดภายในตนเองจะทำให้ไก่เปลี่ยนพฤติกรรมด้วย..อย่าได้ตกใจเพราะมันเป็น พฤติกรรมเฉพาะของเขาเอง..

ดังนั้นท่านที่ชื่นชอบพม่าเก่ง ๆ ท่านต้องเข้าใจความอ่อนไหวของเขาด้วย..จะเลี้ยงเหมือนไก่ทั่วไปไม่ได้ จำไว้

การจัดการไก่ถ่ายให้แข็งแรง

ไก่ถ่ายขนคือไก่ที่ ถ่ายขนใหม่ ซึ่งอาจะเป็นการถ่ายใหญ่ ถ่ายแซม ถ่ายแหลม ถ่ายขนสอง เป็นต้น ในช่วงไก่ถ่ายขนไก่จะมีความต้องการการดูแลที่เหมาะสมเพื่อให้ขนไก่เกิดได้ สมบูรณ์เต็มที่ ซึ่งมีข้อควรปฏิบัติดังนี้

1. ควรมีพื้นที่ปล่อยไก่เป็นพื้นที่กว้าง ๆ เพื่อให้ไก่ได้มีอิสระในการหากิน ถ้าปล่อยได้ตามธรรมชาติดีที่สุด เพราะไก่จะหาอาหารได้โดยอิสระและไม่ขาดสารอาหาร จะทำให้ไก่สมบูรณ์แข็งแรง
2.
ถ้าไม่มีแบบที่ 1 ก็ควรจัดทำเป็นคอกกั้นเฉพาะให้ไก่อยู่อาศัย สามารถออกแดดหรือรับได้เป็นบางเวลา ไม่ควรเป็นคอกทึบแสง และให้อาหารเสริมตลอดในช่วงถ่ายขนเพื่อให้ไก่สมบูรณ์ ไม่ควรขังรวมกับตัวเมียเพราะตัวเมียจะกินขนหมด
3.
ถ้าไม่มีแบบที่ 2 ก็ควรขังสุ่มไว้โดยพื้นที่ขังควรเป็นดินทรายแห้ง ๆ ให้ไก่ได้เล่นได้ทั้งวัน อย่าให้ทราบเปียก ไก่เล่นทรายจะทำให้ไก่ถ่ายขนเร็วและน้ำขนดี ที่สำคัญต้องเสริมอาหารตลอด และควรนำไก่ออหทอดแดดตอนเช้าอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

จากวิธีการทั้งสามนี้ก็ให้ความสำคัญกับวิธีที่ 1 ,2และ 3 ตามลำดับ ดกังนั้นท่านก็สามารถเลือกปฏิบัติได้ ที่สำคัญหากเป็นไก่ที่ขังนานต้องมีอาหารเสริมให้ตลอดเพื่อให้น้ำาขนมีการเกิด ใหม่สวยงามสมบูรณ์

บางท่านใช้กากกะทิให้ไก่กินตลอดเพื่อให้ขน เหนียวขาม อันนี้ไม่ควรทำเพราะจะทำให้ไก่อ้วนฉุไม่สมบูรณ์แข็งแรงตามธรรมชาติ อาหารเสริมที่ดีคือผักผลไม้ต่าง ๆ และหัวอาหารหมูบ้างเป็นบางวัน

About these ads
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s